ถึง... ใครสัก (ที่กำลังอ่านอยู่) 
 
 
ก่อนอื่นคงต้องสวัสดีตามมารยาททางสังคมเสียก่อน "สวัสดี" ทุกท่านที่กำลังอ่านอยู่ ณ ขณะนี้ ใครสักคนที่อยู่ไกลเเสนไกล หรือใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ คงไม่ต้องเเนะนำตัวอะไรกันมากให้สมมุติว่าเรารู้จักกันแล้ว เเละช่วยสมมุติว่าท่านกำลังอ่านจดหมายของคนในมโนคติของท่าน อ่าา !! จะหน้าตา อ้วน เตี้ย เปลี้ย ง่อย ก็ตามเเต่จินตนาการจะไปถึง เอาเป็นว่าเรารู้จักกันเเล้วนะ ....
จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายฉบับเเรกที่เขียนให้ใครสักคน อยากบอกเล่าชีวิตที่เราประสบมาให้ท่านได้รับรู้(ตามประสาคนไม่มีเพื่อน) เรียกว่าเป็นไดอารี่ก็คงไม่ผิด เเต่อยากเขียนเหมือนเล่าให้เพื่อนฟังมากกว่า อ๋อ อย่าคาดหวังว่าจะได้อะไรจากการอ่านจดหมายนี้มากนักนะ ให้นึกเสียว่าท่านกำลังอ่านจดหมายที่ส่งจากคนที่มีอายุสมองเท่ากับเด็กอายุสัก 7 - 8 ขวบหรืออาจต่ำกว่านั้น (ย่อหน้าต่อไปจะเริ่มแล้วนะ)
หวัดดี (อีกรอบ) วันนี้วันพุธที่ 4 มีนาคม 2558 ประเทศไทย (นว) วันนี้วันมาฆะ(มาฆบูชา)หละ ประวัติก็อย่างที่เรารู้ ๆ กันมาเเล้ว ถ้ายังไม่รู้เเนะนำให้หาในกูเกิล หรืออ่านตามวิกิพีเดียจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องกว่าอ่านจากในจดหมาย เอาเป็นว่าวันนี้เป็นวันสำคัญวันนึงทางศาสนานะ คนพุทธอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ต้องไปวัดทำบุญกันตอนเช้า ตกเย็นก็เข้าวัดเวียนเทียนกัน สนุกสนานอิ่มบุญกันไป นอกจากวันนี้เป็นวันสำคัญเเล้วก็เป็นวันหยุดนะ ก็หยุดๆ กันไปเนาะ 
วันนี้ร้อนมากเลยนะ ไม่รู้ที่นู้น(ที่ไหน) จะร้อนเเบบนี้หรือป่าว ฤดูกาลก็เปลี่ยนไปเเล้ว เปลี่ยนไปตามการหมุนของโลก ถ้าลองสังเกตดูดี ๆ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปอยู่เสมอ ๆ เลยเนอะ วันวันนึง มีหลายอย่างเลยที่เปลี่ยนแปลง ตั้งเเต่สิ่งที่ใกล้ตัวเราอย่างอารมณ์ ไปจนถึงสภาพอากาศ เกลิ่นอะไรเเบบนี้ก็ไปต่อไม่เป็นเลย 
วันนี้อยากเขียนอะไรเพ้อ ๆ เพราะมันเหงา ๆ เห้อ ไอ้ความเหงานี้เจอกันบ่อยนะ เเต่ไม่สนิทกันซะทีมาทีไรเป็นต้องเปลี่ยว ๆ โหวง ๆ เคว้ง คว้าง อ้าง ว้าง จริง ๆ เคยอยากรู้เหมือนกันว่าความเหงานี่มันมีที่มาที่ไปยังไง คนสมัยก่อนเขาจะเหงาเหมือนคนสมัยนี้ไหม ใครกันที่เป็้นคนคิดประดิษฐ์มันขึ้นมา เเล้วคนที่เหงาคนแรกของโลกนี่ใครกัน แล้วเขาเหงาเพราะอะไร โฮ!! คำถามมาเป็นล้านแต่ไม่หาคำตอบสักคำถาม มีคนเคยบอกว่าจริง ๆ เเล้วที่เราเหงาอ่ะ เพราะเราไม่มีอะไรจะทำมากกว่า คนที่ขี้เกียจอ่ะมักจะเหงาบ่อย (เออนี่เราว่าจริงเลยนะ) ถ้ามีอะไรทำคงไม่เหงา ก็เลยคิดว่าหาอะไรทำดีกว่าเลยมาลงเอยที่เขียนจดหมายฉบับนี้เเหละ (มันเหงานักก็เขียนถึงซะเลย) จริง ๆ น่าจะตั้งว่า จดหมายจากฉัน ถึง ความเหงา ... น่าเสียดายที่จดหมายฉบับนี้ไม่มีคำตอบของคำถามมากมายเกี่ยวกับความเหงา เเค่เขียนสนองNeed ตัวเองเท่านั้น สนองความเหงาที่มันผ่านเข้ามา เเล้วมันก็กำลังจะหายไปตามอารมณ์ที่หมุนวนอยู่ตลอดเวลา พอเขียนมาถึงบรรทัดนี้ เริ่มไม่เหงาเเล้ว อย่างน้อยก็มีตัวหนังสือคอยกล่อม คอยช่วยเตือนอะไรนานา คอยเป็นเพื่อนที่ดี ถ่ายทอดคำพูดที่ไม่อาจพูดกับใครได้ (เพราะมันเพ้อเจ้อ) ให้บางคนได้อ่าน ได้รับรู้สิ่งที่เรากำลังคิด หรือไม่ก็ ถ้าวันนึงเราได้กลับมาอ่าน เราคงรู้สึกหยึย ๆ ตัวเองเหมือนกันที่เขียนอะไรเเบบนี้ อย่าหาสาระจากการอ่านจดหมายฉบับนี้เลย คุณจะไม่ได้อะไรจากมันทั้งนั้นแหละ ไม่ได้เเม้เเต่ความสนุกเพลิดเพลิน เเต่ขอบคุณหากคุณหลงเข้ามาอ่านได้สองบันทัด 
หากคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้เเสดงว่าคุณมีความอดทนต่อเรื่องไร้สาระพวกนี้สูงมากๆ
ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกัน ตัวหนังสือ :)

Comment

Comment:

Tweet